Cinderella Salon - Chapter 2

posted on 25 Feb 2007 04:31 by aboc  in Cinderella-Salon

.

- สารบัญ + Characters + Prologue -

.

- Chapter2 -

.

สัมผัสเย็นๆจากปลายนิ้วและผ้านุ่มอุ่นๆปลุกให้ชายหนุ่มบนโซฟาเริ่มรู้สึกตัวขึ้น ดวงตาคมค่อยๆลืมก่อนจะกระพริบถี่ขึ้นเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงไฟนีออนบนเพดาน พร้อมกับใบหน้าใครคนหนึ่งที่โผล่พรวดเข้ามาในระยะโฟกัส..นางฟ้า...ห๊ะ?..นางฟ้า!!?? (>w<)~

ตื่นแล้วเหรอ~ (^_^) หนุ่มหน้าหวานส่งยิ้มหวานเจี๊ยบสมกับใบหน้าให้กับร่างบนโซฟาที่ลุกพรวดขึ้นมานั่งตัวตรงแข็งทื่อเพราะโดนมนต์สะกดของรอยยิ้มหวานๆนั้นไปเรียบร้อยแล้ว

เอ่อ...ขอโทษนะครับ เรียกสติชายหนุ่มกลับมาจากโลกเคลิ้ม คนบนโซฟาถึงกับเอ๋อแด๊กกับประโยคนั้น หือ..อะไรนะ!?

นางฟ้าตรงหน้าก้มหน้างุดเล็กน้อย คือ...ที่ผม...ทำคุณเจ็บ

หืออ~ อะไรน๊า!!??~

โอ้ว....พระเจ้าจอร์จ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร!!! อยากจะเกาหัวให้ขี้กรากหลุด (>.<) กระผมยอดชายนายจินเทฮวา ประทังชีวิตได้ด้วยกิมจิมาถึงวันนี้ก็ 18 ปีกว่าแล้ว ไม่มีซักครั้งที่จะส่องหญิงพลาด แล้วคนตรงหน้า!!! คนตรงหน้ากระผม!!! ผมดำยาวพลิ้วสลวย ใบหน้าใสไร้สิว รอยยิ้มบาดหัวใจ หนังใต้ตาดำคล้ำห้อยได้รูปกำลังงาม สวยหวานน่ารักเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่..ไม่..ไม่!!!.....ผมต้องหูฝาดไปแน่ๆที่ได้ยินคนตรงหน้าใช้คำสรรพนามแทนตัวเองว่า ครับ (YoY)

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาฝากข้อความไว้หลังได้ยินสัญญาณ...ปิ๊บ~ สมองของคิฮยอนเริ่มสั่งการหลังจากชายหนุ่มตรงหน้านั่งเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ หนุ่มน่ารักจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่นั่งจ้องเขาเฉ๊ย~ แถมดูตาค้างๆ สมองน้อยๆของคิมคิฮยอนเริ่มประมวลผลขั้นต่อไปทันที

เอ...หรือว่าจะพูดไม่ได้นะ? ฉลาดสมเป็นคิฮยอน จัดการยัดเยียดความเป็นใบ้ให้คนตรงหน้าเรียบร้อย

เอ่อ....คุณพูดไม่ได้เหรอครับ? เสียงนุ่มๆนั้นฉุดจินเทฮวาให้หลุดจากห้วงภวังค์แห่งความคิดมั่วซั่วกลับมา

ผ...ผู้ชาย?? (O_O) เทฮวาเพ้อเสียงอ่อย เผลอยกนิ้วขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายที่ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าตัวเองตามชายหนุ่ม

หือ?? ผม??? ใช่ครับ...ผมเป็นผู้ชาย เอ๋ อ๋า.....อ๊า~ กรีดร้องตามมาเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าวิกผมยาวสีดำนั่นยังอยู่บนหัวตัวเองอยู่เลย มิน่า...คนตรงหน้าถึงทำหน้าแปลกๆ คิฮยอนรีบยกมือขึ้นถอดวิกผมออกทันทีท่ามกลางตาคมๆที่จ้องไม่กระพริบ

โอ้ววววววว อว๊ากกกกกกกก อย๊ากกกกกกกก....... ผมยาวก็สวยหวาน ผมสั้นก็ยังสวยน่ารัก ไม่นะไม่นะไม่นะ ไม่น้า~ ไม่ได้นะเทฮวา! นายจินเทฮวา! ถึงเค้าจะหน้าตาหวานจ๋อย ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะขนาดไหน แต่เค้าก็เป็นผู้ชายนะว้อยยย!!! ห้ามคิดเลยเถิดนะ..ห้ามคิดนะ...ห้ามคิดน้า!!~ (>x<!) จินเทฮวาพยายาม ใช้คำว่าจริยธรรมในซอกรอยหยักสมองก้อนเล็กๆหักห้ามหัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายไม่ให้เลือดสูบฉีดแรงเกินพิกัด เพราะกลัวโรคหัวใจกำเริบจะตกหลุมเลิฟเอา

เอ่อ..คุณครับ.........คุณครับ.~ ลองจิ้มๆดูอีกครั้งหลังจากเห็นอีกฝ่ายเงียบไปอีกแล้ว เอ....ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เป็นใบ้นี่นา ทำไมแปลกๆ หรือว่าจิตไม่ปกติ!? คิดได้แล้วหนุ่มหน้าหวานลองสะกิดคนตรงหน้าดูอีกรอบ

คุณครับ..ตกลงคุณเป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บตรงไหนบ้างมั้ย?? เบลอๆแบบนี้ถ้าเจ็บมากจะได้รีบทุบหัวให้ความจำเสื่อมซะแล้วเอาไปปล่อยทิ้งไว้ข้างถนนต่อ จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล

คิฮยอนเริ่มรู้สึกถึงไอเย็นๆรอบตัว เอ่อ..ไม่ ไม่ครับ.. ว่าพลางก็เริ่มได้สติ สอดส่ายสายตาไปรอบๆตัว จินเทฮวาเพิ่งสังเกตว่าเขากำลังนอนอยู่บนโซฟาที่ตั้งอยู่ติดผนังด้านหนึ่งภายในร้านเสริมสวย ด้านซ้ายมือของเขาคือหน้าร้านกระจกรวมไปถึงประตูที่เขาเพิ่งจะได้จูบไปหมาดๆ กระจกรูปไข่บานใหญ่สามบานติดอยู่เรียงกันบนผนังด้านถัดมา เหนือกระจกแต่ละบานมีโคมไฟติดอยู่ ขณะที่ใต้กระจกก็มีชั้นวางของหนาแน่นไปด้วยตะกร้า หวี แป้ง ขวด ตลับ และกล่องต่างๆ เก้าอี้เท้าแขนสำหรับเสริมสวยสามตั้งอยู่ด้านหน้ากระจกแต่ละบาน โดยมีบันไดขึ้นไปชั้นสองตั้งอยู่ติดกับประตูเชื่อมไปด้านหลังของร้าน

เอ่อ...นี่กี่โมงแล้วครับ?

หนุ่มหน้าหวานไม่ได้ตอบอะไรแค่ก้มลงมองที่แขนของเทฮวา โดยมีสายตาของร่างสันทัดบนโซฟามองตามไปที่แขนตัวเองด้วยว่าหนุ่มหน้าหวานมองอะไร อ้อ.....ที่แท้ก็นาฬิกาข้อมือบนแขนเรานี่เอง~ (-____-) ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา โอ้.... จะตีสองแล้วหรือนี่ นี่ผ่านไปตั้ง 3 ชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย ตั้งแต่ที่เขาพลัดหลงกับเจ้าพวกบ้านั่น ตายล่ะ!.. เงียบหายไปแบบนี้ผู้จัดการคงจะ...คงจะ.......บรื๋ออ~ แค่คิดก็เสียวแล้ว เจ้าพวกบ้านั่นก็ไม่เป็นห่วงกันเลย เป็นเพื่อนประสาอะไรกันนะ '%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$....' คิมเทฮวาเริ่มบ่นด่าเพื่อนในใจขณะที่มือสองข้างก็ควานหาโทรศัพท์มือถือที่แถวกระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงมันออกมา

โอ๊ะ!! ที่แท้แบตหลุดจากตัวมือถือนี่เอง มิน่า..ถึงไม่มีใครโทรเข้ามาเลย เอ่อ...ขอโทษนะเพื่อนๆ โดนชั้นด่าฟรีไปแล้ว ขอโทษในใจแล้วกันน้า~ (^o^) คิดไปก็หยิบแบตเสียบต่อกับมือถือเปิดเครื่องไป หันไปสบตายิ้มๆให้กับคนหน้าสวยข้างๆที่นั่งมองตัวเองบ้างให้หัวใจชุ่มชื่น

แต่ว ตะดะแด่ว ตะดะแด๊ว แด๊วดุ่ง~ เสียงริงโทนกรีดร้องขึ้นทำเอาคนหน้าหวานตกใจผงะเขยิบถอยไปสองฟุต ไม่ใช่เพราะเสียงมันดังจนทำให้ตกใจหรอก แต่เป็นเพราะทำนองมันลูกทุ่งบ้านนาเกินรับได้ต่างหาก เทฮวาหันมาส่งยิ้มแหะๆ ให้คิฮยอนก่อนจะกดรับสาย

โยโบเซโย? ขณะที่แนบหูฟังเสียงตามสัญญาณมือถืออยู่นั้น คิฮยอนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเครียด (- -) เครียดมาก (- o -) เครียดมากขึ้นเรื่อยๆ (- o )

ครับ..ครับ...... ผมอยู่แถวถนนที่เดิมน่ะครับ ใช่ครับ ผมวิ่งผ่านตรอกมาน่ะครับ แล้วมันก็ทะลุออกมาอีกซอย ครับ..ไม่ไกลครับ ครับ ได้ครับ...ผมจะรอนะครับ... ครับ...

คิฮยอนได้แต่นั่งดูอีกฝ่ายด้วยใต้ตาดำๆ จนเขากดมือถือวางหูไปแล้วหันมายิ้มเผล่ให้คนหน้าหวานแทน

...

เอ่อ... / คือ...

คุณพูดก่อนสิ

ไม่อ่ะ คุณพูดก่อนเถอะครับ..

คือ..คุณอยากดื่มน้ำรึเปล่า ผมจะไปเอามาให้ ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ร่างโปร่งก็ลุกขึ้นเดินหายเข้าไปทางด้านหลังร้านก่อนจะกลับมาพร้อมกับขวดน้ำและแก้วเปล่าใบหนึ่ง

ผมจินเทฮวาครับ หนุ่มหน้าคมเอ่ยขึ้นหลังจากรับน้ำมาดื่มแล้ว

คิมคิฮยอน

.... น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับชื่อเขาเลย เป็นไปไม่ได้หรอกน่า....ยุคนี้คงจะไม่มีใครในเกาหลีที่ไม่รู้จักชื่อเขาหรอกน่า (^___^).....

ใช่มั้ย!? (T___T)....

คือ...ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลผม

แทนคำตอบคนหน้าหวานส่งยิ้มหวานด้วยความยินดีหนึ่งทีให้เทฮวาแทน เทฮวาเห็นโอกาสงามๆตรงหน้าถ้าไม่รีบคว้าไว้จะหมดโอกาสเด็ดดอกไม้งามบนเสาไฟฟ้าซะก็น่าเสียดายแย่ เลยเริ่มชวนอีกฝ่ายคุยสานสัมพันธ์ต่อ

.

ขณะเดียวกัน...บนถนนเข้าชุมชนไม่ไกลจากร้านเสริมสวยที่สองคนข้างบนกำลังกะหนุงกะหนิงกันอยู่

ตั้งแต่เป็นแต๋วเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มี...~ (^o^) ร่างเพรียวเดินแกว่งถุงพลาสติกสกรีนโลโกคอนวิเนียนสโตร์แถวบ้าน ฮัมเพลงไทยสุดโปรดที่ฟลุ๊คไปได้เจอแล้วก็โหลดมาฟังจากอินเตอร์เนต ก่อนจะสังเกตว่ามีแสงไฟไล่มาจากด้านหลัง

แสงไฟหน้ารถส่องเข้าตาเต็มๆเมื่อคิมแจจุงหันไปมองรถที่แล่นตามมา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกเหมือนมีของเหลวบางอย่างกระเซ็นสาดใส่ตัว พอสายตาที่เบลอไปชั่วขณะจะกลับมาเป็นปกติและสำนึกได้ว่าเจ้ารถคันตะกี้มันขับเร็วซะจนล้อเบียดกับแอ่งน้ำข้างๆกระเซ็นใส่ตัวเขาเต็มๆ เจ้ารถบ้านั่นก็วิ่งแซงหน้าเขาหายเข้าไปในซอยเสียแล้ว

อะ...อ๊ะ....อ๊า!!!~~~~~~ (~>.<~) กรีดร้องด้วยเสียงแปดหลอด โชคดีมากมายนักที่ทำเลบนถนนเส้นนี้เป็นสำนักงานเสียส่วนใหญ่ไม่ใช่ชุมชนที่เวลาแบบนี้ทุกคนเขาเข้านอนกันไปหมดแล้ว ไม่อย่างงั้นคิมแจจุงคงจะได้กลายเป็นศพขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสีวันพรุ่งนี้พร้อมกับพาดหัว หนุ่มนิรนามแหกปากร้องกลางดึก ชาวบ้านทนไม่ไหวรุมประชาทัณฑ์ดับอนาถ เป็นแน่

ไอ้...ไอ้.....ไอ้!!!.........~ &$*(%&$*(%&$%'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$........แฮ่ก...แฮ่ก..ไอ้รถสปอร์ตสีดำสองประตูคันนั้น...จำไว้นะเฟ้ย อย่าให้เจออีกเชียว พ่อจะเอาให้ไม่เหลือเศษเหล็กไว้ชั่งกิโลขายต่อได้เลย (~> o <~)
หลังจากใช้พลังงานอย่างไร้ค่าด้วยการแหกปากด่าเจ้าของรถคันที่ทำเขาตัวเปียกโชกซะจนไม่เหลือความเป็นผู้เป็นคนโดยที่เขาก็ไม่ได้มารับมารู้ที่คิมแจจุงด่าไปเลยแม้แต่น้อยแล้ว ร่างเพรียวก็เริ่มรู้สึกว่ารอยน้ำดำๆบนตัวเขาเริ่มจะออกฤทธิ์เต็มที ดูสิ...นั่นเจ้าแมลงวันน้อยๆสามสี่ตัวเริ่มบินตามกลิ่นมาดอมดมแขนขาเขาแล้วด้วย ชักช้าไม่ได้ซะแล้ว ประเดี๋ยวแมลงวันทั้งหลายเกิดอารมณ์อยากผสมพันธุ์วางไข่บนผิวหนังเขาขึ้นมาคงจะแย่เป็นแน่แท้ ว่าแล้วก็รีบกลับบ้านอาบน้ำดีกว่า

เมื่อเดินเลี้ยวเข้าซอยมาได้ไม่นาน สายตาของร่างเพรียวก็เหลือบไปเห็นเจ้ารถสปอร์ตสีดำคันตะกี๊ที่เพิ่งจะฝากรอยช้ำเอาไว้ให้เขาจอดอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง แถมเป็นหน้าบ้านเขาเสียด้วย!!!

รถสปอร์ตสองประตูสีดำเงาสะท้อนแสงดาววิบวับ มีสัญลักษณ์เสือดำหง่าวติดอยู่หน้ากระโปรงรถจอดสนิทอยู่อย่างเงียบเชียบโดยมีไฟหน้ารถเปิดส่องพื้นซอยในบรรยากาศเย็นยะเยียบเงียบสงัด คิมแจจุงย่างสามขุมเข้าไปใกล้ๆตัวรถ หมายมั่นจะดักตีหัวคนขับทันทีที่ประตูรถเปิด

แกร๊ก..วืดดดดด~ / เฮ้ย!!

อนิจจาดูท่าชะตาเจ้าของรถสปอร์ตคันงามจะยังไม่ถึงคาด ประตูแบบปีกถูกยกดันขึ้นเฉียดปลายจมูกคิมแจจุงไปแค่สามซม. เล่นเอาอีกฝ่ายกระโดดโลดจิงโจ้ถอยหลังแทบไม่ทัน

ร่างเพรียวตัดสินใจหยุดยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆก่อนด้วยกลัวว่าเกิดเขาพยายามจะเข้าไปใกล้มันอีกแล้วประตูปีกนกบ้านั่นงับหัวเขาปิดฉับเข้าไป ชะรอยหัวนกกระจิบน้อยๆของเขาจะได้ขาดในวันนี้เป็นแน่

ขณะที่จ้องประตูนั่นตาไม่กระพริบ ขายาวๆค่อยๆก้าวลงมาจากที่นั่งฝั่งคนขับก่อนจะตามออกมาด้วยร่างสูงล่ำของชายคนหนึ่งในชุดสูทและแว่นกันแดดสีดำหัวจรดเท้า ไอ้นี่มันบ้าแน่นอน! ใส่แว่นกันแดดทั้งๆที่มืดซะขนาดนี้ คิมแจจุงฟันธง!

ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นหันมามองคิมแจจุงตั้งแต่เท้าขึ้นมาจนถึงศีรษะเล่นเอาร่างเพรียวที่ได้แต่ยืนอึ้งขนลุกซู่ กระทั่งอีกฝ่ายถอดแว่นตาออกเผยให้เห็นดวงตาเรียวรีคมเข้ม แจจุงสูดหายใจเข้าพุงสุดปอดก่อนจะตะโกนออกไปอย่างห้าวหาญ...

เฮ้ย! นายน่ะ รู้จักรึเปล่าคำว่ามารยาทน่ะ! ห๊า~ รู้บ้างรึเปล่าว่านายขับรถได้ห่วยที่สุดในโลกเลย ไอ้บ้า..ขับไม่ดูตาม้าตาเรือ จะรีบไปตายที่ไหนน่ะห๊า! รู้มั้ยว่านายทำให้ฉันเสียหายขนาดไหน ห๊า ไอ้บ้า!! (>.<)

...

ร่างสูงใช้ยุทธการความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหว ขณะที่คิมแจจุงเริ่มรู้สึกตัวว่าที่ชั้นตะโกนด่าไปตะกี้มันช่างผ่านไปเหมือนใบไม้ใบน้อยลอยละลิ่วปลิวละล่องผ่านหน้าจอทีวีในการ์ตูนยามบ่ายเหลือเกิน

นี่!! นายน่ะ!!! นายฟังชั้นอยู่รึเปล่าห๊า!? (>w<) คิมแจจุงเริ่มยกมือยกไม้ด้วยความโมโห

....

นายเป็นใบ้หรือไงน่ะ ถึงได้ไม่พูดไม่จา นี่! ถึงจะเป็นใบ้แต่ทำแบบนี้ชั้นก็ไม่ยกโทษให้หรอกนะเฟ้ย คนเราต้องมีความรับผิดชอบสิ ทำอะไรไปแล้วก็ต้องยอมรับแล้วก็แก้ไขด้วยสิ นี่ฟังชั้นพูดอยู่รึเปล่าห๊า!!!?? (~>w<~)

เมื่อเห็นยังเงียบอยู่ คิมแจจุงจึงตั้งท่าจะอ้าปากให้น้องหมาเทศบาลได้ออกมาเห่าหอนอีกรอบ แต่ก็...

...ฟังอยู่ และชั้นก็ไม่ได้เป็นใบ้ด้วย ชั้นแค่สงสัยว่าชั้นไปทำนายท้องรึไงนายถึงได้ตีโพยตีพายโวยวายขนาดนี้ เสียงเรียบเย็นเล่นเอาคิมแจจุงค้าง ใบไม้ใบน้อยใบเดิมลอยหวิวๆกลับมาอีกครั้งเป็นแบ๊คกราวนด์อยู่ข้างหลังแจจุงแถมยังมีน้องกาสีดำบินผ่านเหนือหัวไปแหกปากร้อง ก๊า..ก๊า....ไปในทางตรงกันข้ามอีกด้วย

น..น....นาย~!!!

พี่แจ!!~~~ คิมคิฮยอนผู้น่ารักวิ่งเข้ามาในฉากพร้อมเสียงสวรรค์ห้ามมวยสะท้านเวทีลุมพินีระหว่างฝ่ายแดง...คิมแจจุงศิษย์นางมารสวมพราด้า ปะทะกับฝ่ายน้ำเงิน...ไอ้สูทดำลูกหมีกริซลี่ ก่อนระฆังร้องแก๊งได้ทันเวลา หนุ่มน้อยตัวสูง(มาก)ดึงตัวพี่ชายออกไปยืนอีกด้านก่อนจะหันกลับมามองหน้าคู่กรณีให้ชัดๆอีกที

ยุนโฮฮยอง~ จินเทฮวาที่เพิ่งผลักประตูกระจกออกมาร้องเรียกหนุ่มในชุดสูทด้วยความประหลาดใจ หลังจากเห็นนางฟ้าของเขาวิ่งหน้าตื่นออกมาก่อนเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกอยู่ด้านนอกโดยมีเขาตามออกมา ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ข้างร่างสูงล่ำของพี่บึ้กลูกหมีกริซลี่โดยไม่ละสายตาไปจากคู่สองพี่น้องหน้าสวยกับหน้าหวานที่ยืนเคียงกัน

หลังจากส่งสายตาปริบๆสลับกันไปมาให้กับคิฮยอนแล้ว เทฮวาจึงหันไปส่งสายตาหงอยๆให้กับหนุ่มในชุดสูทข้างๆ โดยที่อีกฝ่ายแค่ถอนหายใจเบาๆ แล้วก็เดินก้าวขากลับเข้ารถไปก่อน ในขณะที่เทฮวาหันกลับมาหาสองพี่น้องอีกที

เอ่อ...คือ....ผมคงต้องกลับแล้ว ขอโทษมากๆนะครับที่รบกวน และก็ขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยดูแลผม ไว้ผมจะมาขอบคุณอีกทีครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ โค้งงามๆหนึ่งทีพร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจเรียกคะแนนโหวต sms ให้ตัวเองจากหนุ่มร่างโปร่งหน้าหวานที่ยืนข้างพี่ชาย แล้วก็เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เครื่องยนต์แรงม้าสูงถูกติดขึ้นก่อนจะแล่นจากไป ทิ้งคิฮยอนไว้ให้ยืนจับแขนพี่ชายอย่างมาดมั่นกันขาสั้นๆของร่างเพรียววิ่งไล่ตามไปทุบรถเขา

.

- End Chapter 2 -

.

- Talk -

รู้สึกตอนที่ 2 มันยาวกว่าตอนที่ 1 มากมั้ยคะ? เหอะๆๆ.... เราแต่งเองยังงงเลย ยิ่งพิมพ์ยิ่งมัน เริ่มเพลินแล้วค่ะ ตัวละครค่อยๆทยอยออกมาเรื่อยๆแล้วนะ ตอนหน้าชายหนุ่มสุดเริ่ดในชุดสีดำที่งานศพใน Prolouge จะได้ออกโรงแล้วล่ะ ให้ทายกันเล่นๆว่าใคร...อุๆๆๆ

แบบว่าเราไม่ได้แต่งฟิคมานานมาก แล้วพอเริ่มมาแต่งอีกครั้ง สำนวน ภาษา ฯลฯ มันก็เลยแปร่งๆ ทะแม่งๆ ฝืดๆไปบ้าง ถ้ายังไงก็ขอคำติชมด้วยแล้วกันนะคะ เราจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นน่ะ ^______^ ส่วน Characters จะเอามาลงหลังจากตอนที่ 3 หรือ 4 นะคะ เพราะว่าตัวละครหลักยังออกกันไม่ครบ อยากให้ได้ลุ้นกันต่อไปก่อนน่ะ เอา Characters ลงตอนนี้เดี๋ยวไม่ลุ้น อิๆๆ > . <

.

Chapter 3

Cinderella Salon - Chapter 1

posted on 23 Feb 2007 18:45 by aboc  in Cinderella-Salon

.

- สารบัญ + Characters + Prologue -

.

- Chapter 1 -

.

น่า....นะ....คิฮยอนนะ.... ช่วยพี่หน่อยเถอะน้า....นะ นะ นะ นะ จะพูดอีก จะพูดอีก จะพูดอีก จะบอกว่า น้า นา~ จบประโยคเป็นทำนองเพลงด้วยเสียงสูงวี๊ดเล็กน้อย เรียกร้องความสนใจจากร่างสูงโปร่งที่นั่งพับผ้าขนหนูสีขาวกองโตอยู่

ไม่!! ตอบอย่างไร้เยื่อใยจนคนฟังข้างๆเริ่มตีโป่งในปากเป็นปลาทอง

ทำไมอ่ะน้องรัก ทำเพื่อพี่แค่นี้ไม่ได้เหรอ...นี่เรายังเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่รึเปล่าน่ะฮ้า!~ (>x<!)

พี่แจจุงอ่ะ อย่างงี้ทุกทีเลย ถ้าอยากฝึกนักทำไมไม่ไปฝึกกับหุ่นเล่า!!! (¬_¬)

ก็หุ่นกับหัวคนจริงมันไม่เหมือนกันนี่นา นะนะนะนะ ให้พี่ลองหน่อยเหอะ รับรองว่าจะไม่ให้นายเจ็บตัวเหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ นะนะนะน้า~ (> . <) ด้านหนุ่มหน้าสวยพี่ชายนั้นก็ยังคงดื้นรั้นตีโพยตีพายต่อไป

ขอร้องล่ะนะ..ถ้านายยอมให้ยืมหัวนะ..พี่จะ...พี่จะ...พี่จะยอมซักผ้าพวกนี้แทนนายสองวันเลยเอ้า!!! (~>_<~)

ที่จริงถึงแม้พี่ชายจะไม่ยื่นข้อเสนออะไรแบบนี้มาให้ สุดท้ายหนุ่มหน้าหวานก็คงโดนบังคับจับเป็นหุ่นอยู่ดี แต่ไหนๆก็อุตส่าห์เสนอตัวมาแล้ว ก็ควรจะรีบสนองซะก่อนที่จะไม่เหลือข้อเสนออะไรไว้ให้เลย เอาฟะ ยอมซักผ้ากองโตแทนตั้ง 2 วัน..คุ้ม!!!~ คิดไปหางสามง่ามก็เริ่มงอกออกมาตวัดกวัดแกว่งอยู่ข้างหลัง

อ้ะ..ก็ได้ๆ แต่ห้ามทำผมผมแหว่งอีกนะ ไม่งั้นผมฟ้องน้าซินจริงๆด้วย!! ถึงจะพูดขู่ไว้แต่ก็เท่านั้นเพราะเอาเข้าจริงๆ จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่พี่ชายหาเรื่องมาให้เจ้าตัว หนุ่มน้อยก็ไม่เคยกล้าที่จะฟ้องน้าชายที่เคารพรักและเทิดทูนยิ่ง..เสียที

เย้!!!~ ขอบใจนะคิฮยอน..รักนายที่สุดในโลกเลยยยย~ ไม่พูดเปล่า กระโดดเกาะหมับที่บ่าน้องชายพร้อมกับขโมยหอมแก้มนุ่มๆเสียหนึ่งที ก่อนจะวิ่งลั่นล้าไปยังตู้เก็บวิกผม ปล่อยให้น้องชายนั่งอมยิ้มดูพี่ชายที่อายุมากกว่าแต่พัฒนาการทางสมอง..เอ่อ...ยังโตไม่ทันอายุเท่าไหร่นัก

.

ฮ้าววว~ หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักเหยียดตัวยืดแขนบิดขี้เกียจพลางเอามือข้างหนึ่งปิดปากเพื่อความสุภาพขณะหาวซึ่งเป็นมารยาทผู้ดีที่ออกจะหาได้ยากในบ้านหลังนี้

ยังไม่ได้ที่ถูกใจอีกเหรอพี่แจ~ จะเอาอันไหนก็เอาซักอันเหอะ เดี๋ยวมันก็เบี้ยวเหมือนทุกทีอยู่ดีน่ะแหละ บ่นกระปอดกระแปดเสริมทับก่อนจะลุกขึ้นยกกองผ้าขนหนูที่เพิ่งพับเสร็จเดินไปเก็บในตู้ข้างโต๊ะกระจก

เอานี่ละกัน!!! ตะโกนเสียงดังจนคนที่กำลังยกตั้งผ้าใส่ตู้สะดุ้ง

งั้นรอแป้บนึง ขอเก็บผ้าให้เสร็จก่อน พูดไปก็ยังคงยกผ้าใส่ตู้โดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่กำลังดึงวิกผมออกจากตู้ ร่างสูงโปร่งของหนุ่มน้อยน่ารักก้าวฉับๆไปนั่งเมื่อยๆที่เก้าอี้เท้าแขนหน้ากระจกบานใหญ่สำหรับบริการแขกที่มารับบริการเสริมสวยแล้วก็ต้องสะดุ้งโหยง...

เฮ้ย!!! ดวงตากลมโตที่มีถุงดำๆอยู่ข้างใต้เหมือนหมีแพนด้านามาฉะยิ่งเบิกกว้างยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าวิกผมที่อีกฝ่ายถืออยู่เป็นทรงอะไร

พี่แจ๊!!!!~~~~~~ เสียงกรีดร้องดังก้องแต่ก็ช้ากว่ามือไวปานวอกของพี่ชายตัวแสบที่คว้าหมับจับแขนเขาดึงให้นั่งลงอย่างมั่นคงชนิดบิดข้อมือดิ้นนิดเดียวแขนเนียนๆของน้องคิฮยอนอาจเป็นรอยช้ำได้ เพราะแรงพี่ชายนั้นใช่ว่าจะน้อยเช่นเคะบอบบางอย่างนิยายเรื่องอื่นซะเมื่อไหร่

โธ่...คิฮยอน นิดๆ หน่อยๆ เองน่า... เนี่ย พี่เลือกอันนี้มาเอาไว้เผื่อตัดเบี้ยวไปกินผมเราเลยนะ แถมยาวๆอย่างเงี้ยะ จะได้กันพลาดเผื่อไปโดนหูนายขาดด้วยไง (^O^) พูดพลางยกมือที่เพิ่งปล่อยจากแขนเนียนๆของคิฮยอนขึ้นสางเส้นผมของวิก

แต่..พี่แจ...นั่นเป็นวิกของผู้หญิงไม่ใช่เหรอ???

ของผู้ญ๋ง ของผู้หญิงอะไรกันล่ะคิฮยอน....วิกผมน่ะมันก็เหมือนไส้เดือนนั่นแหละ เป็นได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย...เอ้ย! ไม่ใช่... ใช้ได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่มีแบ่งเพศหรอก ฝ่ายคิฮยอนก็ได้แต่จ้องวิกผมสีดำยาวด้วยความตื่นตระหนก โธ่...สายตาวิ้งวับของพี่แจจุงมันส่องประกายขนาดนั้น สงสัยยังไงๆ คืนนี้เค้าก็ต้องยอมทนใส่วิกผมนั่นเป็นหุ่นให้พี่แจจุงลองตัดผมเล่นแน่ๆ ทำไงดี...ฮือๆ (ToT)

หลังจากใช้หวีปลายห่าง ปลายถี่ และปลายอื่นๆ สางผมของวิกจนนุ่มละเอียดได้ที่แล้ว แจจุงก็หันขวับมาที่น้องชาย เอาล่ะ..มาลองกันเถอะคิฮยอน~

หนุ่มน้อยคิฮยอนที่นั่งดูพี่ชายสางวิกผมด้วยความพิถีพิถันอยู่นานเกือบสิบนาทีจำใจลุกจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่เดินไปนั่งตรงเก้าอี้เสริมสวยตรงหน้าพี่ชายแทน คิมแจจุงฉีกยิ้มราวกับนางฟ้าผู้น่ารักจากสรวงสวรรค์แต่คิมคิฮยอนกลับเห็นหางซาตานตวัดกวัดแกว่งอยู่ไม่ห่างจากหลังพี่ชาย

แจจุงบรรจงจัดวิกผมยาวสีดำราวราตรีลงบนศีรษะน้องชายให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์สีเงินขัดจนขึ้นเงา
ชิ้ง~ เสียงขากรรไกรสองข้างกระทบกันเหมือนปังตอถูกฉับลงบนเขียงหมู นึกไปนึกมาคิฮยอนก็นึกได้ว่าเขานี่หว่า..ที่เป็นหมูน้อยโชคร้ายตัวนั้น

คิมคิฮยอนจ้องมองปลายขากรรไกรค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ศีรษะเขาด้วยความตื่นตระหนก โดยมีสายตาคิมแจจุงจ้องเป็นประกายที่วิกผมบนหัวเขา

พี่แจ! คิมคิฮยอนตะโกนเสียงดังพลางเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้หันมาสบตาปิ๊งๆกับพี่ชายด้วยความไม่กลัวตาย พร้อมกับสายตางงๆของอีกฝ่ายตอบกลับมา

ผมเปลี่ยนใจแล้ว! (>x<!) ไม่รอช้าคิมคิฮยอนเริ่มออกวิ่งโดยมีจุดหมายอยู่ที่ประตูร้านซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามเมตร

คิฮยอน!!! เสียงพี่ชายตะโกนเสียงดุขณะยกมือขึ้นคว้าตัวน้องชายข้างหนึ่ง โดยไม่ยอมปล่อยมืออีกข้างจากกรรไกรที่ถืออยู่ น่าเสียดายที่ครั้งนี้คิฮยอนไหวตัวทัน แจจุงคว้าตัวเขาช้าไปเพียงแค่สองวิ แต่ก็นั่นแหละ..ช้าไปก็คือช้าไป น้องชายผู้โชคเกิดจะเข้าข้างขึ้นมาดื้อๆเอื้อมมือถึงที่จับประตูกระจกหน้าร้านเรียบร้อยแล้ว คิฮยอนไม่รอช้า ผลักประตูออกไปอย่างแรงด้วยความกลัวตายจากสิ่งที่ทิ้งอยู่เบื้องหลัง

เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่เหนือประตูร้องดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อหนุ่มน้อยน่ารักผลักประตูออกไปอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง พลั่ก!!! เป็นสัญญาณว่าประตูกระจกของร้านนั้นได้ชนกับวัตถุแปลกปลอมด้านนอกเข้าให้แล้ว คิมคิฮยอนรีบคว้าประตูดึงกลับทันที แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียง ตุบ ตามมาจากด้านนอกประตู เขารีบดันตัวออกไปนอกร้านก่อนจะหันกลับมาส่องดูว่าประตูกระจกยังแข็งแรงดีอยู่รึเปล่า แล้วจึงค่อยสำรวจกลุ่มสสารขนาดใหญ่ที่เพิ่งตกกระแทกพื้นโลกดัง ตุบ

อ้าว..คุณ...อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ~ หนุ่มน้อยร่างโปร่งวิ่งเข้าไปดูชายหนุ่มรูปร่างสันทัดคนหนึ่งที่โดนแรงกระแทกจากมวลประตูของหนุ่มน้อยน่ารักเข้าไปเต็มๆ ก่อนจะล้มตัวลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกลงไปนอนแผ่อยู่ที่พื้น ดวงตาคมของชายหนุ่มเหม่อมองขึ้นไปเห็นดาวส่องประกายวิบวับ อ้ะ! นั่นดาวตก...ขอให้ได้เจอกับนางฟ้า~ นางฟ้า!!?? (♥_♥) นางฟ้า~~~~ *คร่อก*

.

- End Chapter 1 -

.

- Chapter 2 -

- สารบัญ -

- Chapter 1 -
- Chapter 2 -

.

- Characters -

- Coming Soon -

.

- Prologue -

ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า น้ำตา และเสียงสะอื้น เบื้องหลังขาตั้งรูปคือโลงศพสองโลงตั้งเคียงกัน ภาพถ่ายสองภาพบนขาตั้งคือรูปของชายหญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างให้กับกล้องขณะถ่ายรูป ไม่ไกลจากขาตั้งรูปนัก สองร่างนั่งคุกเข่าอยู่เคียงกัน ร่างเล็กกว่านั่งก้มหน้านิ่งไม่มีทั้งน้ำตาและเสียงสะอื้น ในขณะที่ร่างสูงกว่าข้างๆกลับน้ำมูกน้ำตาไหลไม่หยุด พยายามกลั้นสะอื้นจนตัวโยน

เสียงแขกที่มาร่วมแสดงความเสียใจในงานศพฮือฮาขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปประสบพบกับแขกผู้มาใหม่ ร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อกางเกงสีดำเข้าชุดแต่ก็แอบเปรี้ยวด้วยไม่ใช่เสื้อทึบทึมเช่นสูทสีดำแบบที่แขกชายอื่นๆใส่มาร่วมงาน แต่เป็นเสื้อพลิ้วตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้สีดำสลับกับผ้าชิ้นผิวมันเนื้อดี ผมยาวเคลียบ่าถูกรวบมัดไว้ปล่อยปลายผมเป็นพู่ ร่างเพรียวมาหยุดยืนที่พรมด้านหน้าโลงศพก่อนจะถอดแว่นกันแดดสีดำออก โค้งให้กับผู้ล่วงลับก่อนจะหันไปยังสองร่างที่ยังนั่งนิ่งอยู่ด้านข้าง ก้มตัวลงคุกเข่าด้วยขาข้างหนึ่งจ้องมองสองร่างจนทั้งสองคนรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมอง

ไปกันเถอะ คำพูดสั้นๆ แต่สายตาที่มุ่งมั่นแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนก็จุดประกายให้ความหวังที่ดับสูญไปในดวงตาอีกสองคู่กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง...

.

- Chapter 1 -