Cinderella Salon - Chapter 2
posted on 25 Feb 2007 04:31 by aboc in Cinderella-Salon
.
- สารบัญ + Characters + Prologue -
.
- Chapter2 -
.
สัมผัสเย็นๆจากปลายนิ้วและผ้านุ่มอุ่นๆปลุกให้ชายหนุ่มบนโซฟาเริ่มรู้สึกตัวขึ้น ดวงตาคมค่อยๆลืมก่อนจะกระพริบถี่ขึ้นเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงไฟนีออนบนเพดาน พร้อมกับใบหน้าใครคนหนึ่งที่โผล่พรวดเข้ามาในระยะโฟกัส..นางฟ้า...ห๊ะ?..นางฟ้า!!?? (>w<)~
ตื่นแล้วเหรอ~ (^_^) หนุ่มหน้าหวานส่งยิ้มหวานเจี๊ยบสมกับใบหน้าให้กับร่างบนโซฟาที่ลุกพรวดขึ้นมานั่งตัวตรงแข็งทื่อเพราะโดนมนต์สะกดของรอยยิ้มหวานๆนั้นไปเรียบร้อยแล้ว
เอ่อ...ขอโทษนะครับ เรียกสติชายหนุ่มกลับมาจากโลกเคลิ้ม คนบนโซฟาถึงกับเอ๋อแด๊กกับประโยคนั้น หือ..อะไรนะ!?
นางฟ้าตรงหน้าก้มหน้างุดเล็กน้อย คือ...ที่ผม...ทำคุณเจ็บ
หืออ~ อะไรน๊า!!??~
โอ้ว....พระเจ้าจอร์จ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร!!! อยากจะเกาหัวให้ขี้กรากหลุด (>.<) กระผมยอดชายนายจินเทฮวา ประทังชีวิตได้ด้วยกิมจิมาถึงวันนี้ก็ 18 ปีกว่าแล้ว ไม่มีซักครั้งที่จะส่องหญิงพลาด แล้วคนตรงหน้า!!! คนตรงหน้ากระผม!!! ผมดำยาวพลิ้วสลวย ใบหน้าใสไร้สิว รอยยิ้มบาดหัวใจ หนังใต้ตาดำคล้ำห้อยได้รูปกำลังงาม สวยหวานน่ารักเพอร์เฟ็คขนาดนี้ ไม่..ไม่..ไม่!!!.....ผมต้องหูฝาดไปแน่ๆที่ได้ยินคนตรงหน้าใช้คำสรรพนามแทนตัวเองว่า ครับ (YoY)
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาฝากข้อความไว้หลังได้ยินสัญญาณ...ปิ๊บ~ สมองของคิฮยอนเริ่มสั่งการหลังจากชายหนุ่มตรงหน้านั่งเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ หนุ่มน่ารักจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่นั่งจ้องเขาเฉ๊ย~ แถมดูตาค้างๆ สมองน้อยๆของคิมคิฮยอนเริ่มประมวลผลขั้นต่อไปทันที
เอ...หรือว่าจะพูดไม่ได้นะ? ฉลาดสมเป็นคิฮยอน จัดการยัดเยียดความเป็นใบ้ให้คนตรงหน้าเรียบร้อย
เอ่อ....คุณพูดไม่ได้เหรอครับ? เสียงนุ่มๆนั้นฉุดจินเทฮวาให้หลุดจากห้วงภวังค์แห่งความคิดมั่วซั่วกลับมา
ผ...ผู้ชาย?? (O_O) เทฮวาเพ้อเสียงอ่อย เผลอยกนิ้วขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายที่ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าตัวเองตามชายหนุ่ม
หือ?? ผม??? ใช่ครับ...ผมเป็นผู้ชาย เอ๋ อ๋า.....อ๊า~ กรีดร้องตามมาเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าวิกผมยาวสีดำนั่นยังอยู่บนหัวตัวเองอยู่เลย มิน่า...คนตรงหน้าถึงทำหน้าแปลกๆ คิฮยอนรีบยกมือขึ้นถอดวิกผมออกทันทีท่ามกลางตาคมๆที่จ้องไม่กระพริบ
โอ้ววววววว อว๊ากกกกกกกก อย๊ากกกกกกกก....... ผมยาวก็สวยหวาน ผมสั้นก็ยังสวยน่ารัก ไม่นะไม่นะไม่นะ ไม่น้า~ ไม่ได้นะเทฮวา! นายจินเทฮวา! ถึงเค้าจะหน้าตาหวานจ๋อย ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะขนาดไหน แต่เค้าก็เป็นผู้ชายนะว้อยยย!!! ห้ามคิดเลยเถิดนะ..ห้ามคิดนะ...ห้ามคิดน้า!!~ (>x<!) จินเทฮวาพยายาม ใช้คำว่าจริยธรรมในซอกรอยหยักสมองก้อนเล็กๆหักห้ามหัวใจที่หน้าอกด้านซ้ายไม่ให้เลือดสูบฉีดแรงเกินพิกัด เพราะกลัวโรคหัวใจกำเริบจะตกหลุมเลิฟเอา
เอ่อ..คุณครับ.........คุณครับ.~ ลองจิ้มๆดูอีกครั้งหลังจากเห็นอีกฝ่ายเงียบไปอีกแล้ว เอ....ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เป็นใบ้นี่นา ทำไมแปลกๆ หรือว่าจิตไม่ปกติ!? คิดได้แล้วหนุ่มหน้าหวานลองสะกิดคนตรงหน้าดูอีกรอบ
คุณครับ..ตกลงคุณเป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บตรงไหนบ้างมั้ย?? เบลอๆแบบนี้ถ้าเจ็บมากจะได้รีบทุบหัวให้ความจำเสื่อมซะแล้วเอาไปปล่อยทิ้งไว้ข้างถนนต่อ จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล
คิฮยอนเริ่มรู้สึกถึงไอเย็นๆรอบตัว เอ่อ..ไม่ ไม่ครับ.. ว่าพลางก็เริ่มได้สติ สอดส่ายสายตาไปรอบๆตัว จินเทฮวาเพิ่งสังเกตว่าเขากำลังนอนอยู่บนโซฟาที่ตั้งอยู่ติดผนังด้านหนึ่งภายในร้านเสริมสวย ด้านซ้ายมือของเขาคือหน้าร้านกระจกรวมไปถึงประตูที่เขาเพิ่งจะได้จูบไปหมาดๆ กระจกรูปไข่บานใหญ่สามบานติดอยู่เรียงกันบนผนังด้านถัดมา เหนือกระจกแต่ละบานมีโคมไฟติดอยู่ ขณะที่ใต้กระจกก็มีชั้นวางของหนาแน่นไปด้วยตะกร้า หวี แป้ง ขวด ตลับ และกล่องต่างๆ เก้าอี้เท้าแขนสำหรับเสริมสวยสามตั้งอยู่ด้านหน้ากระจกแต่ละบาน โดยมีบันไดขึ้นไปชั้นสองตั้งอยู่ติดกับประตูเชื่อมไปด้านหลังของร้าน
เอ่อ...นี่กี่โมงแล้วครับ?
หนุ่มหน้าหวานไม่ได้ตอบอะไรแค่ก้มลงมองที่แขนของเทฮวา โดยมีสายตาของร่างสันทัดบนโซฟามองตามไปที่แขนตัวเองด้วยว่าหนุ่มหน้าหวานมองอะไร อ้อ.....ที่แท้ก็นาฬิกาข้อมือบนแขนเรานี่เอง~ (-____-) ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา โอ้.... จะตีสองแล้วหรือนี่ นี่ผ่านไปตั้ง 3 ชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย ตั้งแต่ที่เขาพลัดหลงกับเจ้าพวกบ้านั่น ตายล่ะ!.. เงียบหายไปแบบนี้ผู้จัดการคงจะ...คงจะ.......บรื๋ออ~ แค่คิดก็เสียวแล้ว เจ้าพวกบ้านั่นก็ไม่เป็นห่วงกันเลย เป็นเพื่อนประสาอะไรกันนะ '%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$....' คิมเทฮวาเริ่มบ่นด่าเพื่อนในใจขณะที่มือสองข้างก็ควานหาโทรศัพท์มือถือที่แถวกระเป๋ากางเกงก่อนจะล้วงมันออกมา
โอ๊ะ!! ที่แท้แบตหลุดจากตัวมือถือนี่เอง มิน่า..ถึงไม่มีใครโทรเข้ามาเลย เอ่อ...ขอโทษนะเพื่อนๆ โดนชั้นด่าฟรีไปแล้ว ขอโทษในใจแล้วกันน้า~ (^o^) คิดไปก็หยิบแบตเสียบต่อกับมือถือเปิดเครื่องไป หันไปสบตายิ้มๆให้กับคนหน้าสวยข้างๆที่นั่งมองตัวเองบ้างให้หัวใจชุ่มชื่น
แต่ว ตะดะแด่ว ตะดะแด๊ว แด๊วดุ่ง~ เสียงริงโทนกรีดร้องขึ้นทำเอาคนหน้าหวานตกใจผงะเขยิบถอยไปสองฟุต ไม่ใช่เพราะเสียงมันดังจนทำให้ตกใจหรอก แต่เป็นเพราะทำนองมันลูกทุ่งบ้านนาเกินรับได้ต่างหาก เทฮวาหันมาส่งยิ้มแหะๆ ให้คิฮยอนก่อนจะกดรับสาย
โยโบเซโย? ขณะที่แนบหูฟังเสียงตามสัญญาณมือถืออยู่นั้น คิฮยอนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเครียด (- -) เครียดมาก (- o -) เครียดมากขึ้นเรื่อยๆ (- o )
ครับ..ครับ...... ผมอยู่แถวถนนที่เดิมน่ะครับ ใช่ครับ ผมวิ่งผ่านตรอกมาน่ะครับ แล้วมันก็ทะลุออกมาอีกซอย ครับ..ไม่ไกลครับ ครับ ได้ครับ...ผมจะรอนะครับ... ครับ...
คิฮยอนได้แต่นั่งดูอีกฝ่ายด้วยใต้ตาดำๆ จนเขากดมือถือวางหูไปแล้วหันมายิ้มเผล่ให้คนหน้าหวานแทน
...
เอ่อ... / คือ...
คุณพูดก่อนสิ
ไม่อ่ะ คุณพูดก่อนเถอะครับ..
คือ..คุณอยากดื่มน้ำรึเปล่า ผมจะไปเอามาให้ ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ร่างโปร่งก็ลุกขึ้นเดินหายเข้าไปทางด้านหลังร้านก่อนจะกลับมาพร้อมกับขวดน้ำและแก้วเปล่าใบหนึ่ง
ผมจินเทฮวาครับ หนุ่มหน้าคมเอ่ยขึ้นหลังจากรับน้ำมาดื่มแล้ว
คิมคิฮยอน
.... น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับชื่อเขาเลย เป็นไปไม่ได้หรอกน่า....ยุคนี้คงจะไม่มีใครในเกาหลีที่ไม่รู้จักชื่อเขาหรอกน่า (^___^).....
ใช่มั้ย!? (T___T)....
คือ...ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลผม
แทนคำตอบคนหน้าหวานส่งยิ้มหวานด้วยความยินดีหนึ่งทีให้เทฮวาแทน เทฮวาเห็นโอกาสงามๆตรงหน้าถ้าไม่รีบคว้าไว้จะหมดโอกาสเด็ดดอกไม้งามบนเสาไฟฟ้าซะก็น่าเสียดายแย่ เลยเริ่มชวนอีกฝ่ายคุยสานสัมพันธ์ต่อ
.
ขณะเดียวกัน...บนถนนเข้าชุมชนไม่ไกลจากร้านเสริมสวยที่สองคนข้างบนกำลังกะหนุงกะหนิงกันอยู่
ตั้งแต่เป็นแต๋วเต็มกาย หาผู้ชายถูกใจไม่มี...~ (^o^) ร่างเพรียวเดินแกว่งถุงพลาสติกสกรีนโลโกคอนวิเนียนสโตร์แถวบ้าน ฮัมเพลงไทยสุดโปรดที่ฟลุ๊คไปได้เจอแล้วก็โหลดมาฟังจากอินเตอร์เนต ก่อนจะสังเกตว่ามีแสงไฟไล่มาจากด้านหลัง
แสงไฟหน้ารถส่องเข้าตาเต็มๆเมื่อคิมแจจุงหันไปมองรถที่แล่นตามมา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็รู้สึกเหมือนมีของเหลวบางอย่างกระเซ็นสาดใส่ตัว พอสายตาที่เบลอไปชั่วขณะจะกลับมาเป็นปกติและสำนึกได้ว่าเจ้ารถคันตะกี้มันขับเร็วซะจนล้อเบียดกับแอ่งน้ำข้างๆกระเซ็นใส่ตัวเขาเต็มๆ เจ้ารถบ้านั่นก็วิ่งแซงหน้าเขาหายเข้าไปในซอยเสียแล้ว
อะ...อ๊ะ....อ๊า!!!~~~~~~ (~>.<~) กรีดร้องด้วยเสียงแปดหลอด โชคดีมากมายนักที่ทำเลบนถนนเส้นนี้เป็นสำนักงานเสียส่วนใหญ่ไม่ใช่ชุมชนที่เวลาแบบนี้ทุกคนเขาเข้านอนกันไปหมดแล้ว ไม่อย่างงั้นคิมแจจุงคงจะได้กลายเป็นศพขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสีวันพรุ่งนี้พร้อมกับพาดหัว หนุ่มนิรนามแหกปากร้องกลางดึก ชาวบ้านทนไม่ไหวรุมประชาทัณฑ์ดับอนาถ เป็นแน่
ไอ้...ไอ้.....ไอ้!!!.........~ &$*(%&$*(%&$%'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$'%^$#&*%&$#(%$%*(!!%$%&(*$........แฮ่ก...แฮ่ก..ไอ้รถสปอร์ตสีดำสองประตูคันนั้น...จำไว้นะเฟ้ย อย่าให้เจออีกเชียว พ่อจะเอาให้ไม่เหลือเศษเหล็กไว้ชั่งกิโลขายต่อได้เลย (~> o <~)
หลังจากใช้พลังงานอย่างไร้ค่าด้วยการแหกปากด่าเจ้าของรถคันที่ทำเขาตัวเปียกโชกซะจนไม่เหลือความเป็นผู้เป็นคนโดยที่เขาก็ไม่ได้มารับมารู้ที่คิมแจจุงด่าไปเลยแม้แต่น้อยแล้ว ร่างเพรียวก็เริ่มรู้สึกว่ารอยน้ำดำๆบนตัวเขาเริ่มจะออกฤทธิ์เต็มที ดูสิ...นั่นเจ้าแมลงวันน้อยๆสามสี่ตัวเริ่มบินตามกลิ่นมาดอมดมแขนขาเขาแล้วด้วย ชักช้าไม่ได้ซะแล้ว ประเดี๋ยวแมลงวันทั้งหลายเกิดอารมณ์อยากผสมพันธุ์วางไข่บนผิวหนังเขาขึ้นมาคงจะแย่เป็นแน่แท้ ว่าแล้วก็รีบกลับบ้านอาบน้ำดีกว่า
เมื่อเดินเลี้ยวเข้าซอยมาได้ไม่นาน สายตาของร่างเพรียวก็เหลือบไปเห็นเจ้ารถสปอร์ตสีดำคันตะกี๊ที่เพิ่งจะฝากรอยช้ำเอาไว้ให้เขาจอดอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง แถมเป็นหน้าบ้านเขาเสียด้วย!!!
รถสปอร์ตสองประตูสีดำเงาสะท้อนแสงดาววิบวับ มีสัญลักษณ์เสือดำหง่าวติดอยู่หน้ากระโปรงรถจอดสนิทอยู่อย่างเงียบเชียบโดยมีไฟหน้ารถเปิดส่องพื้นซอยในบรรยากาศเย็นยะเยียบเงียบสงัด คิมแจจุงย่างสามขุมเข้าไปใกล้ๆตัวรถ หมายมั่นจะดักตีหัวคนขับทันทีที่ประตูรถเปิด
แกร๊ก..วืดดดดด~ / เฮ้ย!!
อนิจจาดูท่าชะตาเจ้าของรถสปอร์ตคันงามจะยังไม่ถึงคาด ประตูแบบปีกถูกยกดันขึ้นเฉียดปลายจมูกคิมแจจุงไปแค่สามซม. เล่นเอาอีกฝ่ายกระโดดโลดจิงโจ้ถอยหลังแทบไม่ทัน
ร่างเพรียวตัดสินใจหยุดยืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆก่อนด้วยกลัวว่าเกิดเขาพยายามจะเข้าไปใกล้มันอีกแล้วประตูปีกนกบ้านั่นงับหัวเขาปิดฉับเข้าไป ชะรอยหัวนกกระจิบน้อยๆของเขาจะได้ขาดในวันนี้เป็นแน่
ขณะที่จ้องประตูนั่นตาไม่กระพริบ ขายาวๆค่อยๆก้าวลงมาจากที่นั่งฝั่งคนขับก่อนจะตามออกมาด้วยร่างสูงล่ำของชายคนหนึ่งในชุดสูทและแว่นกันแดดสีดำหัวจรดเท้า ไอ้นี่มันบ้าแน่นอน! ใส่แว่นกันแดดทั้งๆที่มืดซะขนาดนี้ คิมแจจุงฟันธง!
ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นหันมามองคิมแจจุงตั้งแต่เท้าขึ้นมาจนถึงศีรษะเล่นเอาร่างเพรียวที่ได้แต่ยืนอึ้งขนลุกซู่ กระทั่งอีกฝ่ายถอดแว่นตาออกเผยให้เห็นดวงตาเรียวรีคมเข้ม แจจุงสูดหายใจเข้าพุงสุดปอดก่อนจะตะโกนออกไปอย่างห้าวหาญ...
เฮ้ย! นายน่ะ รู้จักรึเปล่าคำว่ามารยาทน่ะ! ห๊า~ รู้บ้างรึเปล่าว่านายขับรถได้ห่วยที่สุดในโลกเลย ไอ้บ้า..ขับไม่ดูตาม้าตาเรือ จะรีบไปตายที่ไหนน่ะห๊า! รู้มั้ยว่านายทำให้ฉันเสียหายขนาดไหน ห๊า ไอ้บ้า!! (>.<)
...
ร่างสูงใช้ยุทธการความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหว ขณะที่คิมแจจุงเริ่มรู้สึกตัวว่าที่ชั้นตะโกนด่าไปตะกี้มันช่างผ่านไปเหมือนใบไม้ใบน้อยลอยละลิ่วปลิวละล่องผ่านหน้าจอทีวีในการ์ตูนยามบ่ายเหลือเกิน
นี่!! นายน่ะ!!! นายฟังชั้นอยู่รึเปล่าห๊า!? (>w<) คิมแจจุงเริ่มยกมือยกไม้ด้วยความโมโห
....
นายเป็นใบ้หรือไงน่ะ ถึงได้ไม่พูดไม่จา นี่! ถึงจะเป็นใบ้แต่ทำแบบนี้ชั้นก็ไม่ยกโทษให้หรอกนะเฟ้ย คนเราต้องมีความรับผิดชอบสิ ทำอะไรไปแล้วก็ต้องยอมรับแล้วก็แก้ไขด้วยสิ นี่ฟังชั้นพูดอยู่รึเปล่าห๊า!!!?? (~>w<~)
เมื่อเห็นยังเงียบอยู่ คิมแจจุงจึงตั้งท่าจะอ้าปากให้น้องหมาเทศบาลได้ออกมาเห่าหอนอีกรอบ แต่ก็...
...ฟังอยู่ และชั้นก็ไม่ได้เป็นใบ้ด้วย ชั้นแค่สงสัยว่าชั้นไปทำนายท้องรึไงนายถึงได้ตีโพยตีพายโวยวายขนาดนี้ เสียงเรียบเย็นเล่นเอาคิมแจจุงค้าง ใบไม้ใบน้อยใบเดิมลอยหวิวๆกลับมาอีกครั้งเป็นแบ๊คกราวนด์อยู่ข้างหลังแจจุงแถมยังมีน้องกาสีดำบินผ่านเหนือหัวไปแหกปากร้อง ก๊า..ก๊า....ไปในทางตรงกันข้ามอีกด้วย
น..น....นาย~!!!
พี่แจ!!~~~ คิมคิฮยอนผู้น่ารักวิ่งเข้ามาในฉากพร้อมเสียงสวรรค์ห้ามมวยสะท้านเวทีลุมพินีระหว่างฝ่ายแดง...คิมแจจุงศิษย์นางมารสวมพราด้า ปะทะกับฝ่ายน้ำเงิน...ไอ้สูทดำลูกหมีกริซลี่ ก่อนระฆังร้องแก๊งได้ทันเวลา หนุ่มน้อยตัวสูง(มาก)ดึงตัวพี่ชายออกไปยืนอีกด้านก่อนจะหันกลับมามองหน้าคู่กรณีให้ชัดๆอีกที
ยุนโฮฮยอง~ จินเทฮวาที่เพิ่งผลักประตูกระจกออกมาร้องเรียกหนุ่มในชุดสูทด้วยความประหลาดใจ หลังจากเห็นนางฟ้าของเขาวิ่งหน้าตื่นออกมาก่อนเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกอยู่ด้านนอกโดยมีเขาตามออกมา ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ข้างร่างสูงล่ำของพี่บึ้กลูกหมีกริซลี่โดยไม่ละสายตาไปจากคู่สองพี่น้องหน้าสวยกับหน้าหวานที่ยืนเคียงกัน
หลังจากส่งสายตาปริบๆสลับกันไปมาให้กับคิฮยอนแล้ว เทฮวาจึงหันไปส่งสายตาหงอยๆให้กับหนุ่มในชุดสูทข้างๆ โดยที่อีกฝ่ายแค่ถอนหายใจเบาๆ แล้วก็เดินก้าวขากลับเข้ารถไปก่อน ในขณะที่เทฮวาหันกลับมาหาสองพี่น้องอีกที
เอ่อ...คือ....ผมคงต้องกลับแล้ว ขอโทษมากๆนะครับที่รบกวน และก็ขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยดูแลผม ไว้ผมจะมาขอบคุณอีกทีครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ โค้งงามๆหนึ่งทีพร้อมกับส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจเรียกคะแนนโหวต sms ให้ตัวเองจากหนุ่มร่างโปร่งหน้าหวานที่ยืนข้างพี่ชาย แล้วก็เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เครื่องยนต์แรงม้าสูงถูกติดขึ้นก่อนจะแล่นจากไป ทิ้งคิฮยอนไว้ให้ยืนจับแขนพี่ชายอย่างมาดมั่นกันขาสั้นๆของร่างเพรียววิ่งไล่ตามไปทุบรถเขา
.
- End Chapter 2 -
.
- Talk -
รู้สึกตอนที่ 2 มันยาวกว่าตอนที่ 1 มากมั้ยคะ? เหอะๆๆ.... เราแต่งเองยังงงเลย ยิ่งพิมพ์ยิ่งมัน เริ่มเพลินแล้วค่ะ ตัวละครค่อยๆทยอยออกมาเรื่อยๆแล้วนะ ตอนหน้าชายหนุ่มสุดเริ่ดในชุดสีดำที่งานศพใน Prolouge จะได้ออกโรงแล้วล่ะ ให้ทายกันเล่นๆว่าใคร...อุๆๆๆ
แบบว่าเราไม่ได้แต่งฟิคมานานมาก แล้วพอเริ่มมาแต่งอีกครั้ง สำนวน ภาษา ฯลฯ มันก็เลยแปร่งๆ ทะแม่งๆ ฝืดๆไปบ้าง ถ้ายังไงก็ขอคำติชมด้วยแล้วกันนะคะ เราจะได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นน่ะ ^______^ ส่วน Characters จะเอามาลงหลังจากตอนที่ 3 หรือ 4 นะคะ เพราะว่าตัวละครหลักยังออกกันไม่ครบ อยากให้ได้ลุ้นกันต่อไปก่อนน่ะ เอา Characters ลงตอนนี้เดี๋ยวไม่ลุ้น อิๆๆ > . <
.
Chapter 3